ความสัมพันธ์ของการสื่อสารที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
ใน ชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
Relationship of Communication in Political Participation
of People in Samutprakan Municipality
บทที่ 1ความสำคัญของปัญหา
1.ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคสังคมแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน
การปฏิวัติระบบการสื่อสารโลกทั้งโลกถูกทำให้รู้สึกว่าเล็กหรือแคบลงในมิติของเวลา และสถานที่ “หมู่บ้านโลก” ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนจากจอโทรทัศน์
ระบบดาวเทียม อินเทอร์เน็ต เป็นต้น มันทำให้คนที่อยู่คนละมุมโลกสามารถรับรู้ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
เช่น การถ่ายทอดฟุตบอลโลกการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต ส่ง e-Mail เป็นต้นเทคโนโลยีสามารถเอาชนะความต่างของเวลาและสถานที่
การปฏิวัติการสื่อสารทำให้กลายเป็นcyberspace
ความหมายของสถานที่แบบเก่าที่เรารับรู้ได้โดยการมีประสบการณ์ตรงคือ ได้เห็นอยู่ที่นั่นได้ความหมาย
โดยสถานที่กลายมามีลักษณะเป็นนามธรรมมากขึ้น เราติดต่อกับใครสักคนไม่เคยรู้จักไม่เคยพบเห็นมาก่อนบนจอคอมพิวเตอร์
“พื้นที่” ในจอแคบๆ นี้กลับไม่มีขอบเขตจำกัด พื้นที่โลกที่เป็นรูปธรรมมีข้อจำกัดมากมาย
พื้นที่บนจอเป็นที่ที่อยู่นอกเหนือความสามารถของเราที่จะวาดภาพองค์รวมและเข้าหรือครอบคลุมความเป็นไปของระบบอันซับซ้อนของระบบทั้งหมดนี้ได้
อาณาจักรไซเบอร์เป็นชุมชนนามธรรม (abstract community) มันแทนที่การพบปะสื่อสารแบบซึ่งๆ
หน้า (Jamson อ้างถึงใน อภิญญา เฟื่องฟูสกุล, 2546, หน้า 66-67) เมื่อสื่อสารมวลชนมีศักยภาพในการขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสารในทุกมุมโลกให้เชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็วและกว้างไกล
เนื่องจากปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า ของนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร
ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีข่าวสารทางการเมืองที่แต่ละบุคคลได้รับอาจจัดเป็นปัจจัยประเภทหนึ่งที่จะกระทบต่อการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของแต่ละบุคคล
กล่าวคือการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนจะมีอัตราสูงเพียงใดและมีประสิทธิภาพมากเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าประชาชนมีความรอบรู้เรื่องการเมืองเพียงใด
การที่ประเทศไทยประสบปัญหาในการพัฒนาระบบประชาธิปไตยมาโดยตลอดนั้นอาจเป็นเพราะประชาชนขาดความสนใจและขาดความรู้ต่อข่าวสารการเมืองจึงก่อให้เกิดการไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
ประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันได้รับข่าวสารทางการเมือง มีความคิดเห็นและทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองจากสื่อมวลชน
หรือผู้เปิดรับสื่อมวลชน สื่อมวลชนเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาล กลุ่มอิทธิพลการเลือกตั้งโดยตรง
(Direct Election)เป็นการให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการเลือกตั้งโดยตัวแทนโดยตรง
ตามหลักพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ประชาชนสามารถแสดงเจตนารมณ์ของเขาในการเลือกตั้งคณะผู้บริหาร
เหตุนี้ ประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันจึงจัดให้มีการเลือกตั้งโดยตรงเป็นส่วนใหญ่การเลือกตั้งโดยอ้อม
(Indirect Election)ผู้เลือกตั้งไม่ได้เลือกตัวแทนโดยตรงแต่จะเลือกบุคคลหรือกลุ่มเพื่อให้คนที่ถูกเลือกไปทำการเลือกตัวแทนต่อไปการเลือกตั้งเป็นภาระทางการเมืองของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย
การเมืองระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองอิงอำนาจ และเจตนารมณ์ร่วมของประชาชนซึ่งคนส่วนใหญ่การเมืองจึงเป็นภาระความรับผิดชอบ
และสิทธิหน้าที่ของประชาชนเองขณะที่การเลือกตั้งนั้นเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องอาศัยเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นเครื่องมือในการกำหนดอาณัติทางการเมือง
ให้เป็นผู้แทน ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ได้เอาไปใช้ให้สอดคล้องและเป็นประโยชน์ตามความต้องการของประชาชน
(เชาวณะ ไตรมาส, 2542, หน้า 13– 14)การศึกษาวิจัย “ความสัมพันธ์ของการสื่อสารที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี”
จึงเป็นประเด็นสำคัญที่น่าสนใจในการศึกษาครั้งนี้ เพราะชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว
อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ในเขตจันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ทำอาชีพเกษตรกรจึงมีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นหลักประกอบด้วยประชาชนหลากหลายมีความแตกต่างด้านความคิด
ความรู้ ความเข้าใจทางการเมืองมีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น สมาชิก พนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้บริหาร ประชาชน และมีการประกอบอาชีพ ความรู้ความสามารถ และวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยมหลากหลายระดับที่ต่างกัน ฉะนั้นการเปิดรับข่าวสาทางการเมืองจึงมีความสำคัญต่อทัศคติทางการเมือง
ความรู้ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ซึ่งจะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นผู้วิจัยในฐานะนักศึกษารัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี เห็นว่าการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองมีความสำคัญและจำเป็นต่อทัศนคติทางการเมือง
ความรู้ทางการเมือง และความสนใจทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ทำให้สามารถประเมินบทบาททางการเมืองของประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้ในอนาคต และข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ในการจัดการการสื่อสาร
เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน อันจะส่งผลให้การเมืองมีประสิทธิภาพ
และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาระดับการเปิดรับข่าวสารทางการเมือง
ทัศนคติทางการเมือง ความรู้ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง และ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองจากสื่อประเภทต่างๆ
ของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองกับความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
4. เพื่อเสนอแนะแนวทางการจัดการการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้
ความสนใจและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
3.ขอบเขตของการวิจัย
1. ขอบเขตเนื้อหาการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ทางการเมืองความสนใจทางการเมือง
ความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมือง
2. ขอบเขตประชากรประชากร
ได้แก่ ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง
4.ประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย
1. ทำให้ทราบการเปิดรับข่าวสารจากสื่อแต่ละประเภทที่มีผลต่อความรู้ทางการเมืองความสนใจทางการเมือง
ความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
2.
เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อเผยแพร่และรณรงค์ทางการเมือง
เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วนมีทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น
ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงช่องทางการสื่อสารข่าวสารเพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้นทราบปัญหา
ของการนำเสนอข่าวสารด้านการเมือง เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงให้มีความเหมาะสมต่อความต้องการของประชาชน
4. ผลการวิจัยครั้งนี้ชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการการสื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความรู้
และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว
อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น