วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

บทที่ 1

ความสัมพันธ์ของการสื่อสารที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
ใน ชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
Relationship of Communication in Political Participation
of People in Samutprakan Municipality

บทที่ 1ความสำคัญของปัญหา

1.ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคสังคมแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน การปฏิวัติระบบการสื่อสารโลกทั้งโลกถูกทำให้รู้สึกว่าเล็กหรือแคบลงในมิติของเวลา และสถานที่หมู่บ้านโลกซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนจากจอโทรทัศน์ ระบบดาวเทียม อินเทอร์เน็ต เป็นต้น มันทำให้คนที่อยู่คนละมุมโลกสามารถรับรู้ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น การถ่ายทอดฟุตบอลโลกการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต ส่ง e-Mail เป็นต้นเทคโนโลยีสามารถเอาชนะความต่างของเวลาและสถานที่
การปฏิวัติการสื่อสารทำให้กลายเป็นcyberspace ความหมายของสถานที่แบบเก่าที่เรารับรู้ได้โดยการมีประสบการณ์ตรงคือ ได้เห็นอยู่ที่นั่นได้ความหมาย โดยสถานที่กลายมามีลักษณะเป็นนามธรรมมากขึ้น เราติดต่อกับใครสักคนไม่เคยรู้จักไม่เคยพบเห็นมาก่อนบนจอคอมพิวเตอร์พื้นที่ในจอแคบๆ นี้กลับไม่มีขอบเขตจำกัด พื้นที่โลกที่เป็นรูปธรรมมีข้อจำกัดมากมาย พื้นที่บนจอเป็นที่ที่อยู่นอกเหนือความสามารถของเราที่จะวาดภาพองค์รวมและเข้าหรือครอบคลุมความเป็นไปของระบบอันซับซ้อนของระบบทั้งหมดนี้ได้ อาณาจักรไซเบอร์เป็นชุมชนนามธรรม (abstract community) มันแทนที่การพบปะสื่อสารแบบซึ่งๆ หน้า (Jamson อ้างถึงใน อภิญญา เฟื่องฟูสกุล, 2546, หน้า 66-67) เมื่อสื่อสารมวลชนมีศักยภาพในการขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสารในทุกมุมโลกให้เชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็วและกว้างไกล เนื่องจากปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า ของนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีข่าวสารทางการเมืองที่แต่ละบุคคลได้รับอาจจัดเป็นปัจจัยประเภทหนึ่งที่จะกระทบต่อการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของแต่ละบุคคล กล่าวคือการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนจะมีอัตราสูงเพียงใดและมีประสิทธิภาพมากเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าประชาชนมีความรอบรู้เรื่องการเมืองเพียงใด การที่ประเทศไทยประสบปัญหาในการพัฒนาระบบประชาธิปไตยมาโดยตลอดนั้นอาจเป็นเพราะประชาชนขาดความสนใจและขาดความรู้ต่อข่าวสารการเมืองจึงก่อให้เกิดการไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันได้รับข่าวสารทางการเมือง มีความคิดเห็นและทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองจากสื่อมวลชน หรือผู้เปิดรับสื่อมวลชน สื่อมวลชนเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาล กลุ่มอิทธิพลการเลือกตั้งโดยตรง (Direct Election)เป็นการให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการเลือกตั้งโดยตัวแทนโดยตรง ตามหลักพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ประชาชนสามารถแสดงเจตนารมณ์ของเขาในการเลือกตั้งคณะผู้บริหาร เหตุนี้ ประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันจึงจัดให้มีการเลือกตั้งโดยตรงเป็นส่วนใหญ่การเลือกตั้งโดยอ้อม (Indirect Election)ผู้เลือกตั้งไม่ได้เลือกตัวแทนโดยตรงแต่จะเลือกบุคคลหรือกลุ่มเพื่อให้คนที่ถูกเลือกไปทำการเลือกตัวแทนต่อไปการเลือกตั้งเป็นภาระทางการเมืองของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย การเมืองระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองอิงอำนาจ และเจตนารมณ์ร่วมของประชาชนซึ่งคนส่วนใหญ่การเมืองจึงเป็นภาระความรับผิดชอบ และสิทธิหน้าที่ของประชาชนเองขณะที่การเลือกตั้งนั้นเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องอาศัยเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นเครื่องมือในการกำหนดอาณัติทางการเมือง ให้เป็นผู้แทน ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ได้เอาไปใช้ให้สอดคล้องและเป็นประโยชน์ตามความต้องการของประชาชน (เชาวณะ ไตรมาส, 2542, หน้า 13– 14)การศึกษาวิจัยความสัมพันธ์ของการสื่อสารที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี จึงเป็นประเด็นสำคัญที่น่าสนใจในการศึกษาครั้งนี้ เพราะชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ในเขตจันทบุรี  ซึ่งเป็นจังหวัดที่ทำอาชีพเกษตรกรจึงมีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นหลักประกอบด้วยประชาชนหลากหลายมีความแตกต่างด้านความคิด ความรู้ ความเข้าใจทางการเมืองมีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น สมาชิก พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร ประชาชน และมีการประกอบอาชีพ ความรู้ความสามารถ และวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี  ค่านิยมหลากหลายระดับที่ต่างกัน ฉะนั้นการเปิดรับข่าวสาทางการเมืองจึงมีความสำคัญต่อทัศคติทางการเมือง ความรู้ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ซึ่งจะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นผู้วิจัยในฐานะนักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี เห็นว่าการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองมีความสำคัญและจำเป็นต่อทัศนคติทางการเมือง ความรู้ทางการเมือง และความสนใจทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ทำให้สามารถประเมินบทบาททางการเมืองของประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้ในอนาคต และข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ในการจัดการการสื่อสาร เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน อันจะส่งผลให้การเมืองมีประสิทธิภาพ และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป






2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.  เพื่อศึกษาระดับการเปิดรับข่าวสารทางการเมือง ทัศนคติทางการเมือง ความรู้ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง  และ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
2.  เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองจากสื่อประเภทต่างๆ ของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
3.  เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างการเปิดรับข่าวสารทางการเมืองกับความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
4.  เพื่อเสนอแนะแนวทางการจัดการการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสนใจและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

 3.ขอบเขตของการวิจัย
1.  ขอบเขตเนื้อหาการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ทางการเมืองความสนใจทางการเมือง ความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมือง
2. ขอบเขตประชากรประชากร ได้แก่ ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง

4.ประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย
1. ทำให้ทราบการเปิดรับข่าวสารจากสื่อแต่ละประเภทที่มีผลต่อความรู้ทางการเมืองความสนใจทางการเมือง   ความคิดและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
2.  เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อเผยแพร่และรณรงค์ทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วนมีทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงช่องทางการสื่อสารข่าวสารเพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้นทราบปัญหา ของการนำเสนอข่าวสารด้านการเมือง เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงให้มีความเหมาะสมต่อความต้องการของประชาชน
4. ผลการวิจัยครั้งนี้ชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการการสื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความรู้ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น