บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย
วิธีดำเนินการวิจัย
ในการศึกษา เรื่อง
ความสัมพันธ์ของการสื่อสารที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางด้านการเมืองของประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ใช้ระเบียบวิธีวิจัย ในเชิงปริมาณและใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์
เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ผู้ตอบแบบสอบถามคือประชาชนที่มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีขั้นตอนและระเบียบวิธีดำเนินการวิจัยดังนี้
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
คือ ประชาชนที่มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และมีอายุ 18
ปีขึ้นไป
2. กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และมีอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน
400 ตัวอย่าง
3. ขนาดของตัวอย่างจากประชากรที่ใช้ในการวิจัย
คือ ประชาชนที่มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชุมชนคลองน้ำเค็ม
ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
จำนวน910,770 คน (อ้างอิงจาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,2555)
ดังนั้นจึงหาขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยอาศัยแนวคิดการคำนวณหาค่าขนาดกลุ่มตัวอย่าง
ของ Yamane(1973) ในกรณีที่ทราบ จำนวนประชากรที่ศึกษา ที่ระดับความเชื่อมั่นที่
95% และยอมรับค่าความคลาดเคลื่อนได้ไม่มากกว่า 5%
จากการคำนวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามสูตร
Yamane(1973)ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 399.82 หรือ 400 ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้จึงกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างที่
400 ตัวอย่าง
4. วิธีการสุ่มตัวอย่าง
ผู้วิจัยดำเนินการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ(Stratified Random
Sampling) และใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบสะดวก(Convenience
Sampling) จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 7 เขต ทำการหาจำนวนประชากรที่ต้องการสุ่มในแต่ละเขต
โดยนำจำนวนประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตที่เป็นตัวอย่าง มาสุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละเขต
ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการศึกษาเชิงสำรวจ(Survey
research)
รวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถาม
(Questionnaire) และแบบสัมภาษณ์(Interview Schedule) ใช้กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนในชุมชนคลองน้ำเค็ม ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์
จังหวัดจันทบุรี จำนวน 400 ตัวอย่าง ทดสอบเครื่องมือการศึกษา
โดยทำการทดสอบพบว่ามี ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา(IOC)จาก ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ได้ผลการทดสอบค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา
มีเท่ากับ 0.87ซึ่งแบบสอบถามมีค่าความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา สามารถนำไปทำการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างจริงได้
และนำมาทดสอบความน่าเชื่อถือของเครื่องมือ ตามแนวคิดของครอนบัค (Cronbach
Alpha Formula) จำนวน 40 ตัวอย่าง ผลทดสอบความน่าเชื่อถือเครื่องมือว่ามีความเชื่อถือในระดับสูงมีค่าการทดสอบที่
0.9708
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น